เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดการอบรม และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม จำนวน 30 ท่าน ในการอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานการจัดทำบัญชีรายการ และรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 แบบครบวงจร รุ่นที่ 2” หรือ ISO for GHG รุ่นที่ 2
โดยมี คุณนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, คุณอาทิตย์ เวชกิจ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) และคณะผู้บริหาร จากหน่วยร่วมผู้จัดอบรม ร่วมเป็นเกียรติในพิธี
นอกจากนี้ ก่อนพิธีปิด ได้จัดให้มี เสวนาหัวข้อ ปัญหาอุปสรรค ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และการทำรายงานตามมาตรฐานสากล โดยได้รับเกียรติจากคุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก คุณศุภฤกษ์ ยิ้มกอบกิจ นายกสมาคมการค้าก๊าซชีวภาพไทย คุณนงนุช พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สวทช โดยมี ดร.ณัฐวัฒน์ เผ่าชนก ดำเนินรายการ
ในโอกาสนี้ คุณธวัช ผลความดี ผู้อำนวยการหลักสูตร ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานของหลักสูตรต่อประธานในพิธี โดยสรุปว่า การอบรมในครั้งนี้มีผู้บริหาร วิศวกร และนักวิชาการจากหลากหลายองค์กรชั้นนำ เข้าร่วมและสำเร็จการอบรมรวมทั้งสิ้น 30 ท่าน ตลอดระยะเวลา 5 วัน รวม 41 ชั่วโมง ผู้เข้าอบรมได้เข้าร่วมการเรียนรู้อย่างเข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านกิจกรรม Workshop ที่เน้นการคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูลจริง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำบัญชีปริมาณก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กรและระดับผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงกระบวนการควบคุมคุณภาพข้อมูล เพื่อรองรับการทวนสอบโดยบุคคลที่สาม ตามมาตรฐานสากล ISO 14064-1 และ ISO 14067
นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังได้นำผู้เข้าอบรมเข้าศึกษาดูงาน ณ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (SYS) โรงงานห้วยโป่ง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นองค์กรต้นแบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวอย่างครบถ้วน ทำให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง และเห็นภาพกระบวนการดำเนินงานที่สอดคล้องตามข้อกำหนดมาตรฐานอย่างเป็นรูปธรรม
ภายหลังการรายงาน ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบข้อมูลและการจัดทำรายงานก๊าซเรือนกระจกให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นในเวทีธุรกิจระดับสากล
ทั้งนี้ ประกาศนียบัตรที่ผู้เข้าอบรมได้รับในครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาระบบการจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว










