คุณนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นวิทยากรในงานเสวนา “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาส หรือ ภาพลวง
จัดโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์

โดยมีสรุปการเสวนาแต่ละช่วง ดังต่อไปนี้
ยกที่ 1: ความพร้อมพลังงานพื้นฐานหมุนเวียน
ประเด็นหลักคือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนของไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เช่น LNG ที่หายไป และการจัดการไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพ
โอกาส: ผู้สนับสนุนมองว่าไทยมีศักยภาพจาก Micro Grid, Smart Grid, ชีวมวล และชีวภาพ ซึ่งหากนำมาใช้เต็มที่จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟและไม่ต้องพึ่งพา LNG รวมถึงสร้างรายได้ให้เกษตรกร ระบบสายส่งของการไฟฟ้าทั้งสามแห่งก็เพียงพอ และสามารถใช้ Third Party Access เพื่อส่งไฟฟ้าสีเขียวได้โดยไม่ต้องสร้างสายส่งใหม่
ภาพลวงตา: ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมองว่าระบบสายส่งยังไม่พร้อมทั่วประเทศ Smart Grid ยังต้องพัฒนา และต้องมีการลงทุนใน Grid Modernization และ Battery Storage System เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน
ยกที่ 2: โอกาสทางรอดชีวภาพ
ประเด็นหลักคือการพึ่งพาเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง มาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อทดแทนน้ำมันดิบ
โอกาส: ผู้สนับสนุนมองว่าไทยมีวัตถุดิบทางการเกษตรเหลือเฟือ ไม่ได้แย่งอาหาร และการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตเกษตรกรที่ปัจจุบันส่งออกในราคาต่ำ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการใช้ E20, B7, B10, B20 และควบคุมคุณภาพ ไบโอดีเซลมีศักยภาพสูงและสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสมได้ รวมถึงมีผลพลอยได้เช่น Glycerin ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม หน่วยงานรัฐยืนยันว่ามีการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพตามมาตรฐานสากล
ยกที่ 3: การสร้างต้นทุนแสงสีเขียว
ประเด็นหลักคือการสร้างต้นทุนสีเขียว เช่น CBAM และ RE100 จะเป็นโอกาสหรือภาระสำหรับธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME
โอกาส: ผู้สนับสนุนมองว่านี่คือโอกาสในการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม แรงกดดันจาก CBAM และความต้องการ Green Supply Chain จากลูกค้าต่างประเทศทำให้ธุรกิจต้องปรับตัว การแก้ปัญหาต้องทำที่โครงสร้าง เช่น การเปิด Third Party Access และยกเลิก Enhanced Single Buyer เพื่อให้พลังงานสะอาดเข้ามาในระบบ การปรับตัวนี้จะช่วยให้ไทยไม่เสียภาษีให้ต่างประเทศและสร้างประโยชน์ในประเทศ การไม่ปรับตัวจะทำให้ไทยตามไม่ทันโลกและเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
ยกที่ 4: การผลิตเชื้อเพลิงการบิน (SAF)
ประเด็นหลักคือการผลิตเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ในอุตสาหกรรม Biorefinery ของไทย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล จะเป็นโอกาสหรือภาพลวงตา
โอกาส: ผู้สนับสนุนมองว่าไทยมีทรัพยากรและวัตถุดิบ (เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว, ปาล์มน้ำมัน) และอุตสาหกรรมโรงกลั่นที่แข็งแกร่ง แม้การเก็บรวบรวมวัตถุดิบอาจมีประเด็นเรื่องต้นทุน แต่สามารถบริหารจัดการได้ SAF เป็น New S-Curve ทางเศรษฐกิจของไทย และเป็นไปตามกฎหมายและนโยบายการบินโลกที่กำหนดสัดส่วนการใช้ SAF ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว มีเที่ยวบินเข้าออกจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสใหญ่ เทคโนโลยีไม่ใช่ปัญหา อุปสรรคอยู่ที่การบริหารจัดการวัตถุดิบและการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ การลงทุนใน R&D และการสร้าง Business Model ที่เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนจะช่วยผลักดันให้เกิด SAF ได้จริง







