จับตา! GULF จ่อปิดดีลพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม

GULF จ่อปิดดีลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศเพิ่มเติม พร้อมทั้งศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำด้วย แย้มในเร็วๆ นี้เตรียมเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และหารือ INTUCH ในการร่วมมือสร้าง Synergy ร่วมกัน

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวในการเสวนาหัวข้อ Big Cap เย้ายวนใจ หรือไร้เสน่ห์ วันนี้ (21 ต.ค.) ว่า บริษัทมีแผนการขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีการลงทุนในเวียดนามและเยอรมนี คาดหวังว่าในเร็วๆ นี้จะเปิดเผยการลงทุนโครงการใหม่ได้หากการเจรจาประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ยังศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนในต่างประเทศ เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด โดยจะพิจารณาข้อมูลในหลายด้านโดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่าที่จะสร้างผลกระทบภาวะโลกร้อน

ปัจจุบันกัลฟ์ฯ มีการลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าจำนวน 23 โรง ส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่จัดว่าเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาด ดังนั้นบริษัทจึงได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ใช้ก๊าซฯ รายใหญ่เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ซึ่งบริษัทได้รับอนุมัติเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ (Shipper LNG) จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อนำเข้าก๊าซฯ มาใช้ในโรงไฟฟ้าของเครือบริษัทฯ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และต่อยอดธุรกิจในอนาคต

นายสารัชถ์กล่าวต่อไปว่า ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภค บริษัทฯ เริ่มการก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด เฟสที่ 3 คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นทางผ่านในการรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งที่ 3 ของประเทศ จากปัจจุบันกลุ่ม ปตท.มีการก่อสร้างเทอร์มินัลแล้ว 2 แห่ง 

ส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (ท่าเทียบ เรือ F) คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการได้เร็วๆ นี้ นับเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าที่รองรับเรือขนาดใหญ่ทำให้การส่งสินค้าไม่ต้องไปจอดพักเปลี่ยนเรือที่สิงคโปร์ ทำให้ลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้าต่ำลงในอนาคตได้ 

นอกจากนี้ บริษัทจะหารือกับผู้บริหาร บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) เพื่อหา Synergy ร่วมกัน รวมไปถึงความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคตในกลุ่ม AIS และไทยคม หลังจากกัลฟ์เข้าไปซื้อหุ้น INTUCH ในสัดส่วนประมาณ 40% 

“การขยายธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้ฐานของบริษัทขยายใหญ่ขึ้นมาก และในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะมี earning growth เพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่เพื่อผลักดันการเติบโตอีก ซึ่งการเข้าซื้อ INTUCH ก็จะรับรู้กำไรเข้ามาประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อปี ส่วนธุรกิจที่บริษัทลงทุนพัฒนาเองก็จะเริ่มเห็นกำไรใน 5-7 ปี”

ก่อนหน้านี้ กัลฟ์ฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน เช่น โครงการ LNG-to-Power ที่ประเทศเวียดนาม, โครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนที่ลาวจำนวน 3 เขื่อน รวมไปถึงพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐฯ หรือเวียดนาม

Source : MGROnline

Back to top button