“ไฟฟ้าสะอาด” กำลังเปลี่ยนจากต้นทุนด้านพลังงานเป็นปัจจัยชี้ขาดการเลือกฐานลงทุนของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการรองรับการขยายตัวของ Data Center ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมสีเขียว ขณะที่บีโอไอชี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าคำขอรับส่งเสริมลงทุนทะลุ 3.55 แสนล้านบาท พร้อมประเมินการประกาศใช้ Utility Green Tariff (UGT) และการเตรียมใช้ Direct PPA จะเร่งดีมานด์ไฟฟ้าสะอาดและเปิดรอบลงทุนใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงาน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตั้งแต่ปี 2564 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน และพลังงานจากขยะ รวม 2,330 โครงการ มูลค่ากว่า 355,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่อศักยภาพของไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ไฟฟ้าสะอาดบูม หนุนลงทุนพุ่ง
เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนด้านพลังงานสะอาดขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด สะท้อนว่าพลังงานสีเขียวได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันทางธุรกิจ มากกว่าจะเป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
แรงหนุนสำคัญมาจากการที่บริษัทระดับโลกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero, Carbon Neutrality และ RE100 ควบคู่กับการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center, Cloud, AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ยังเร่งให้ผู้ประกอบการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
“ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติไม่ได้มองเฉพาะต้นทุนการผลิต แต่พิจารณาความพร้อมของไฟฟ้าสะอาดควบคู่กับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกประเทศลงทุน” นายนฤตม์กล่าว
UGT-Direct PPA จุดเปลี่ยนตลาดไฟฟ้าสีเขียว
นายนฤตม์ กล่าวว่า การที่กระทรวงพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศหลักเกณฑ์และอัตราค่าไฟฟ้าภายใต้ Utility Green Tariff (UGT) รวมถึงการเตรียมประกาศกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดไฟฟ้าสะอาดไทย
โดย UGT เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคธุรกิจเลือกใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในอัตราที่กำหนด พร้อมได้รับการรับรองการใช้ไฟฟ้าสะอาด ส่วน Direct PPA จะเปิดทางให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่โดยตรง ภายใต้หลักเกณฑ์ของภาครัฐ

ทั้งสองกลไกจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดของภาคธุรกิจ สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างดีมานด์ใหม่ให้ตลาดพลังงานหมุนเวียน นำไปสู่การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของอุตสาหกรรมยุคใหม่
อ่านเนื้อหาทั้งหมดได้ที่ ฐานเศรษฐกิจ