โควิดถล่ม “ไทยออร์คิด” อ่วม ปรับตัวลุยธุรกิจโซลาร์เซลล์

โควิดทุบ “ไทยออร์คิด” ฟาร์มกล้วยไม้ส่งออกครบวงจร 400 ไร่ สะเทือน Q1 ออร์เดอร์วูบ ปรับกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจโซลาร์เซลล์ ร่วมทุนจีนตั้งเป้ารักษารายได้พันล้าน

นายเจตน์ มีญาณเยี่ยม ประธานบริหาร TOC Group เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กระทบตลาดส่งออกกล้วยไม้ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทในนามของไทยออร์คิด ที่ประกอบธุรกิจส่งออกกล้วยไม้มานานกว่า 30 ปี โดยตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐ จีน อิตาลี ออสเตรเลีย และเวียดนาม ทุกตลาดได้รับผลกระทบจากโควิดจึงชะลอการสั่งซื้อ คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อรายได้บริษัทซึ่งเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท

“ไทยออร์คิดเป็นผู้ส่งออกกล้วยไม้ครบวงจร มีห้องปฏิบัติการ (lab) มีฟาร์มกล้วยไม้ 400 ไร่ในจังหวัดนครปฐม แต่ละปียอดขายกล้วยไม้ซึ่งเป็นธุรกิจหลักมีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท คาดว่าปีนี้ยอดขายจะเสียหายเพราะในช่วงไตรมาสแรกยอดส่งออกกล้วยไม้ไทยเป็น 0% ส่วนตลาดกล้วยไม้ในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากโควิดไม่ต่างกัน เพราะประชาชนหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน ส่วนหนึ่งก็ได้รับผลกระทบทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง กล้วยไม้เดือดร้อนมากที่สุดหากเทียบกับพืชเกษตรอื่น เพราะต้องตัดดอกทุกวัน ไม่สามารถเก็บสต๊อกหรือทิ้งไว้บนต้นได้ ถ้าเก็บจะมีต้นทุนการให้ปุ๋ยใส่ยาตามมา ทั้งยังมีภาระต้องดูแลแรงงานอีก 200 คน”

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้กระจายความเสี่ยงโดยขยายธุรกิจในเครือ 6 บริษัท คือ การขายต้นไม้ส่งออก เครื่องสำอาง ก่อสร้าง ทำห้องปฏิบัติการและให้บริการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในส่วนธุรกิจส่งออกต้นไม้เศรษฐกิจ เช่น ต้นงาช้าง ต้นชวนชม และต้นเฟื่องฟ้า กลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบคล้ายกล้วยไม้ เพราะเน้นตลาดส่งออกเป็นหลัก โดยส่งออกไปฮอลแลนด์ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 ตู้ ขนาดตู้ 40 ฟุต แต่ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนหนึ่งชะลอสั่งซื้อ ธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกล้วยไม้แบรนด์ Waii ซึ่งเดิมต้องการจะเปิดตลาดส่งออก แต่หันมาเปิดตลาดในประเทศโดยใช้ช่องทางการขายตรงแทน ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างซึ่งเคยมีรายได้เฉลี่ยปีละ 200-300 ล้านบาท ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเพียงธุรกิจโซลาร์เซลล์ที่ร่วมทุนกับนักธุรกิจจีน ในชื่อ TGE ที่พอจะมีโอกาสขยายไปได้ โดยมีกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมในไทยและในกลุ่มประเทศ CLMV ที่ต้องการจะติดตั้งแผงวงจรโซลาร์เซลล์ ธุรกิจนี้มีปัจจัยเสี่ยงมีเพียงแค่เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าบาทแข็งค่าเท่านั้น

“การที่เรามี 6-7 บริษัทก็เป็นการลงทุนในธุรกิจที่กระจายออกไป เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในปีนี้ภาพรวมกลุ่มธุรกิจ TOC ยังประเมินว่ารายได้ทั้งกลุ่มน่าจะทรงตัวประมาณ 1,000 บาท มุ่งเน้นการบริหารจัดการภายใต้ความเสี่ยงไปก่อน รอจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย”

Back to top button