ถ้าโละทิ้งรถเมล์ควันดำไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งฝันแก้ปัญหาฝุ่นพิษ

ฝุ่นพิษ PM2.5 ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี พอหมดฝนเข้าหนาวก็เวียนกลับมาตามนัด ฝุ่นเล็กๆก่อมลพิษทางอากาศ เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่รัฐบาลกลับไม่มีปัญญาแก้ปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำได้แค่แจ้งเตือน ออกมาตรการให้ส่วนราชการ Work From Home ขอความร่วมมือสถาบันการศึกษา Study For Home ทั้งๆที่ต้นเหตุฝุ่นพิษมาจากการเผาไร่ข้าวโพด อ้อย ตอซังข้าว ควันพิษจากโรงงาน ส่วนใน กทม.มาจากควันท่อไอเสียรถเมล์ รถบรรทุก

การแก้ปัญหานี้ต้องยกเครื่องขนานใหญ่ เพราะแต่ละสาเหตุเกี่ยวพันกระทบหลายภาคส่วน อย่างที่ปักกิ่ง ลอนดอน นิวยอร์ก ก็เคยเผชิญวิกฤติฝุ่น ก่อนเอาชนะด้วยการ ย้ายโรงงานออกไปนอกเมือง เปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะไปใช้รถเครื่องยนต์ไฟฟ้า ของไทยถ้าจะเอาชนะฝุ่นพิษก็ต้องแก้กฎหมายหลายฉบับ อาจถึงขั้นรวมศูนย์สั่งการแก้ปัญหาแบบ ศบค.โควิด

ก่อนที่จะฝันไกลไปถึงวาระแห่งชาติ เรามาคุยกันถึง ควันพิษดำทะมึนจากท่อไอเสียรถเมล์ 1 ในต้นเหตุสำคัญก่อ PM2.5 ใน กทม.ก่อนดีกว่า ผมอยากเห็นความจริงใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม ครม. และประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ผลักดันให้ ขสมก.เปลี่ยนรถเมล์เก่าบุโรทั่ง 20-30 ปีมาเป็นรถเมล์ไฟฟ้าโดยด่วน

แผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ถูกยื้อมานานแล้ว แผนฟื้นฟูนี้ต้องการ ล้างหนี้สะสม 1.3 แสนล้านบาท และจัดระบบใหม่ให้ ขสมก.สามารถ พลิกกลับมาทำกำไรได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 ปี เปลี่ยนจากการซื้อรถเป็น เช่ารถ และ จ้างเอกชนเดินรถ ตามเส้นทางที่จัดระเบียบใหม่ ขสมก.ทำหน้าที่กำกับดูแล ใช้รูปแบบเดียวกับรถไฟฟ้า BTS และ MRT

รถเมล์เช่าตามแผนฟื้นฟูฯ กำหนดให้เป็น รถเมล์พลังงานไฟฟ้า ไม่ก่อมลพิษ เป็นรถใหม่เอี่ยม แอร์เย็นฉ่ำ ติดตั้งระบบ E-Ticket มีไวไฟ และจีพีเอส เปิดแอปฯเช็กได้ตลอดว่ารถเมล์คันไหนจะมาถึงป้ายเมื่อไหร่ และยังกำหนดให้เป็นรถชานต่ำเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุ พร้อมที่นั่งแยกต่างหาก

ที่สำคัญราคาค่าโดยสารคิดแบบ เหมาจ่ายรายวัน 30 บาท นั่งได้ไม่จำกัดเที่ยว ทั้งรถ ขสมก.และรถร่วมบริการ หรือถ้าเป็นตั๋วเดือนคิดเดือนละ 720 บาท นักเรียนนักศึกษาลดเหลือ 630 บาท ผู้สูงอายุลดครึ่งหนึ่ง และยังมีตั๋วเที่ยวเดียวคิด 15 บาท

ค่าโดยสารถูก บริการดี ลดการจราจรติดขัด ลดมลภาวะ และแก้ปัญหาขาดทุนสะสม ได้ประโยชน์ทั้งผู้ใช้บริการและ ขสมก. ถ้าไม่ใช่เพราะมีประเด็นทางการเมือง ป่านนี้รถเมล์ไฟฟ้าลอตแรก 400 คันควรได้มาวิ่งให้บริการแล้ว และอีกครึ่งปีก็จะตามมาอีก 2 พันกว่าคัน บรรเทาฝุ่นพิษได้มากทีเดียว

อันที่จริงแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.ผ่านการพิจารณาปรับปรุงมาหลายปีแล้ว ครม.และ คนร.ยุคบิ๊กตู่ก็เห็นชอบในหลักการ แต่กลับถูกดึงเกมยื้อเวลามาเรื่อย ข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงรายละเอียดบางประการเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ควรใช้เวลาเนิ่นนานขนาดนี้ แถมข้อท้วงติงของบางหน่วยงานก็หยุมหยิมเกินไป

คนในแวดวงรู้กันดีว่า สาเหตุที่รถเมล์ของคนจนไม่ปรับปรุงเสียทีเพราะ มีคนอยากขายรถตามแผนฟื้นฟูเดิม ทั้งๆที่แผนฟื้นฟูใหม่ให้จ้างรถมาวิ่ง คิดค่าเช่าตามระยะทาง จ้างวิ่งมีเงินจ้าง เพราะเอาค่าโดยสารมาจ่ายค่าจ้างและค่าเช่า แต่ถ้าให้ซื้อรถใหม่ ขสมก.จะเอาเงินจากที่ได้ แม้แต่เงินซ่อมบำรุงรถยังไม่มีเลย หากไม่มีแผนฟื้นฟู ขสมก.จะล้มละลาย กลายเป็นปัญหาใหญ่เหมือนการบินไทย

บิ๊กตู่ไปเปิดรถไฟฟ้ามากมายหลายสาย คนชั้นกลางได้ใช้ประโยชน์ แต่ยังมีคนจนอีกจำนวนมากที่รายได้ไม่พอขึ้นรถไฟฟ้า แต่ละวันมีคนใช้รถเมล์ 1 ล้านกว่าคน คนเหล่านี้ถูกเพิกเฉยไม่ได้รับการเหลียวแล รถเก่า 30 ปีพ่นควันดำก่อมลพิษให้เห็นทนโท่ ความจริงใจต่อคนจนและการแก้ปัญหาฝุ่นพิษอยู่ที่ไหนครับ.

Source : ไทยรัฐ

Back to top button