เปิดเสรี RCEP คืบ ลดภาษี 0% ทันที 65% 16 ชาติสมาชิกเตรียมชงผู้นำพิจารณาพ.ย.นี้

“พาณิชย์”เผย RCEP ตกลงเปิดเสรีการค้าสินค้าได้แล้ว ลดภาษีสินค้ากลุ่มแรก 65%เหลือ 0% ทันที เตรียมชงผู้นำพิจารณาในเดือนพ.ย.นี้ “อภิรดี”ระบุกลุ่มค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำเร็จ ไทยได้ประโยชน์เพียบ ดีกว่า TPPเหตุมีทั้งจีนและอินเดียอยู่ในกลุ่ม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาเปิดเสรีในกรอบความตกลงตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(RCEP) ได้ข้อสรุปในการลดภาษีสินค้ากลุ่มแรกแล้ว โดยสมาชิกได้ตกลงที่จะลดภาษีเหลือ 0% ทันที จำนวน 65% ของสินค้าที่มีการค้าขายในกลุ่ม RCEPที่มีอยู่ประมาณ 8-9 พันรายการ และอีก 20% จะทยอยลดภาษีเหลือ 0% ภายใน 10 ปี ส่วนสินค้าที่เหลืออีกประมาณ 15% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหว แต่ก็จะมีการเจรจาให้มีการปรับลดภาษีลงในระยะต่อไป

“การเปิดเสรีการค้าสินค้า แม้ในภาพรวมจะลดเหลือ 0% แค่ 65% แต่ไทยจะได้ประโยชน์ในแง่ของการสะสมแหล่งกำเนิดสินค้า ที่จะมีความยืดหยุ่นมากกว่ากรอบ FTA ที่อาเซียนทำกับประเทศคู่เจรจาทั้ง 6 ประเทศ ทำให้ไทยสามารถที่จะส่งออกได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ การเปิดเสรีในกรอบ RCEP จะช่วยผลักดันให้กลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับไทยในทุกด้าน ทั้งการค้า การลงทุน และการค้าบริการ เพราะหากเทียบ RCEP กับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ไทยจะได้ประโยชน์มากกว่า เนื่องจากในกลุ่ม RCEP มีจีนกับอินเดียอยู่ด้วย แต่ใน TPP ไม่มีจีนและอินเดีย ซึ่งการที่ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม TPP ในขณะนี้ หากมองในแง่ผลกระทบ ก็ยังไม่เห็นชัด เพราะต้องดูรายละเอียดของข้อตกลงทั้งหมดก่อน แต่กลุ่ม RCEP มีความชัดเจนว่าไทยได้ประโยชน์อย่างแน่นอน

นางศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะมีการรายงานความคืบหน้าการเจรจาเปิดเสรี RCEP ต่อผู้นำในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนพ.ย.2558 นี้ โดยรายละเอียดการเปิดเสรีที่จะเสนอให้ผู้นำ มีทั้งวิธีการลดภาษีสินค้ากลุ่มแรก แนวทางการเปิดเสรีการค้าบริการ การลงทุน และการจัดทำข้อผูกพัน รวมไปถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา การแข่งขัน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

สำหรับการเจรจากรอบ RCEP มีสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เจรจากับคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เดิมตั้งเป้าการเจรจาให้จบภายในปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) แต่ได้ขยายระยะเวลาเจรจาจบเป็นปี 2559 และเริ่มบังคับใช้ในปี 2560 ซึ่งหากเจรจาสำเร็จจะเกิดเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และมีประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ถึง 2 ประเทศ คือ จีนและญี่ปุ่น

ปัจจุบันในปี 2557 ไทยมีมูลค่าการค้ากับประเทศสมาชิก RCEP รวม 2.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 57 ของการค้ารวมทั้งหมดของไทย เป็นมูลค่าการส่งออกจำนวน 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 56 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย ขณะเดียวกัน มีมูลค่าการนำเข้า จำนวน 1.33 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 58 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดของไทย

โดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังภูมิภาค RCEP ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ น้ำมันดิบ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น

Back to top button
Close
Close